สาระน่ารู้เรื่องการอนุรักษ์พลังงาน - เครื่องปรับอากาศที่ใช้ในที่พักอาศัย
หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศทุก ๆ 2 สัปดาห์ เพื่อให้เครื่องสามารถ จ่ายความเย็นได้เต็มที่ตลอดเวลา
       หมั่นทำความสะอาดแผงท่อทำความเย็น ด้วยแปรงนิ่ม ๆ และน้ำผสมสบู่เหลว อย่างอ่อนทุก 6 เดือน เพื่อให้เครื่องทำความเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ
       ทำความสะอาดพัดลมส่งลมเย็น ด้วยแปรงขนาดเล็ก เพื่อขจัดฝุ่นละอองที่จับ กันเป็นแผ่นแข็งและติดกันอยู่ตามซี่ใบพัดทุก 6 เดือน จะทำให้พัดลมส่งลมได้เต็มสมรรถนะ ตลอดเวลา
       ทำความสะอาดแผงท่อระบายความร้อน โดยการใช้เแปรงนิ่ม ๆ และน้ำฉีด ล้างทุก ๆ 6 เดือนเพื่อให้เครื่องสามารถนำความร้อนภายในห้องออกไปทิ้งให้แก่อากาศภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ แอร์ไม่เย็น

     หากปรากฏว่าเครื่องไม่เย็นเพราะสารทำความเย็นรั่วต้องรีบตรวจหารอยรั่วแล้ว ทำการแก้ไขพร้อมเติมให้เต็มโดยเร็ว มิฉะนั้นเครื่องจะใช้พลังงานไฟฟ้าโดยไม่ทำให้เกิดความ เย็นแต่อย่างไร
     ตรวจสอบฉนวนหุ้มท่อสารทำความเย็นอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้เกิดฉีกขาด

ที่มา : สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน


 

 

การบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ

การบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ (Maintenance)

เพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีอายุการใช้งานยาวนาน จึงควรหมั่นดูแลบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งวิธีการก็มีทั้งแบบที่ทำเองได้ และต้องทำโดยช่างผู้ชำนาญ

 

การทำความสะอาดเบื้องต้นด้วยตนเอง ทำได้โดยการถอดแผ่นกรองอากาศ(Filter) มาล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า แล้วใส่กลับคืน ซึ่งอาจจะทำสัปดาห์ละครั้ง หรือ เดือนละ 2 ครั้งขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน และความสกปรก การรักษาแผ่นกรองให้สะอาดอยู่เสมอนั้นทำให้การระบายลมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากจะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานอีกด้วย



การทำความสะอาดภายในโดยช่างผู้ชำนาญ เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน แต่อาจไม่บ่อยเท่ากับการทำความสะอาดด้วยตนเอง โดยอาจจะทำ 3-6 เดือนต่อครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และการใช้งาน การล้างภายในต้องใช้ช่างผู้ชำนาญเนื่องจากต้องมีการถอดชิ้นส่วนบางชิ้น เช่นถอดถาดน้ำทิ้งมาล้างเพื่อให้น้ำทิ้งไหลได้สะดวก และใช้ปั๊มน้ำแรงสูงฉีดทำความสะอาดแผงคอยล์

การตรวจเช็คสภาพ เป็นการตรวจเช็คระบบทั่วไป ซึ่งโดยมากแล้วจะทำพร้อมกับการล้างภายในโดยช่างผู้ชำนาญ

• วัดความดันน้ำยาในระบบว่าเพียงพอหรือไม่

• ตรวจระบบไฟฟ้า เช่นสภาพของสายไฟ

• หยอดน้ำมันมอเตอร์พัดลมทั้งที่คอยล์ร้อน และคอยล์เย็น

• ตรวจสอบและซ่อมแซมฉนวนหุ้มท่อน้ำยาที่เชื่อมต่อระหว่าง คอนเดนซิ่งยูนิต และแฟนคอยล์ยูนิต
 

5 ขั้นตอนการเลือกซื้อแอร์

          1. ประเภทของ เครื่องปรับอากาศ เครื่องปรับอากาศ แอร์บ้าน แบ่งออกเป็นประเภทตามลักษณะความต้องการใช้งาน ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ซึ่งแตกต่างกันไป ทั้งฟังก์ชั่นการทำงาน ขนาดของ BTU รูปลักษณ์ภาบนอกที่เหมาะสมกับสถานที่ติดตั้งเป็นไปตามความต้องการของผู้ซื้อ ก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญต่อการตัดสินใจในการซื้อเพื่อสนองตอบความต้องการของผู้ซื้อ   

 

 

ประเภทของแอร์ Btu/h จุดเด่น ข้อจำกัด

  แบบเคลื่อนที่ี่(Portable)

6000 - 15000 BTU

- เคลื่อนย้ายสะดวก
- ไม่ต้องติดตั้งใช้งานได้

- ต้องหาที่ระบายความร้อน
- ต้องระบายน้ำทิ้งเอง
- กระจายความเย็นเฉพาะจุด
- เสียงค่อนข้างดัง

  แบบติดผนัง(Wall Type)
 

9000 - 36000 BTU

- ทำงานเงียบ
- รูปทรงสวยงาม
- ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อย
- มีขนาดบีทียูให้เลือก

- การติดตั้งเฉพาะผนังเท่านั้น
- การกระจายลมแรงลมน้อยกว่า
  แบบตั้งพื้นและแขวนเพดาน

  แบบตั้ง/แขวน(Floor&Ceiling)

12000 - 38000 BTU

- กระจายลมเย็นได้ดี
- สามารถแขวนได้
- สามารถติดตั้งในห้องที่เพดานสูง
   หรือห้องที่มีกระจกรอบด้าน
- เลือกที่จะตั้งพื้นหรือแขวนเพดาน

- มีฟังก์ชั่นการทำงานน้อย
- รูปร่างใหญ่
- ใช้พื้นที่ติดตั้งมาก
- เสียงดัง มีเสียงลมบ้าง
- ไม่เหมาะกับห้องนอน

 แบบตู้ตั้ง(Floor Standing)
25000 - 36000 BTU

- กระจายลมได้ดีแรงและไกล
- เหมาะสำหรับห้องโล่งใหญ่

- ใช้พื้นที่ในการติดตั้งมาก
- ยังไม่มีการทดสอบมาตรฐานเบอร์ 5

 

          2. ขนาดความเย็นของ เครื่องปรับอากาศ แอร์บ้าน เป็นความสำคัญอันดับแรกๆ ในการเลือกซื้อ เครื่องปรับอากาศ คือต้องเลือกขนาด การทำความเย็นของ เครื่องปรับอากาศ ให้พอเหมาะกับห้องและการใช้งาน โดยหน่วยความเย็นที่เรารู้จักกันดี เรียกว่า BTU (ฺBritish Thermal Unit) คือ ขนาดทำความเย็นของ เครื่องปรับอากาศ มีหน่วยดังนี้ 1 ตันความเย็น เท่ากับ 12000 BTU/hr.  

          3. มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นสินค้าที่ได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จากหน่วยงานไฟฟ้า จะไ้ด้รับรองเรื่องของการประหยัดไฟเบอร์ 5

         4. คุณสมบัติพิเศษต่างๆ และการดีไซน์ คุณสมบัติพิเศษต่างๆ ของเครื่องปรับอากาศ เช่น ฟิลเตอร์กรองอากาศ การกำหนดความเร็ว ความแรงของมอเตอร์ การปรับทิศทางลม การออกแบบเพื่อความสวยงามของห้อง  

         5. การติดตั้งและการบำรุงรักษา การติดตั้ง เครื่องปรับอากาศ แอร์บ้าน ต้องทำโดยช่างผู้ชำนาญเท่านั้น และการใช้ เครื่องปรับอากาศให้เต็มประสิทธิภาพ ต้องคำนึงถึงแผนการบำรุงรักษา เครื่องปรับอากาศ อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องอีกด้วย  

 

 คุณสมบัติต่างๆ รวมถึงราคา ดังนั้นการเลือกซื้อสินค้าที่ราคาเหมาะสมกับคุณภาพ และความต้องการใช้งานรวมทั้งได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์์อุตสาหกรรม(สมอ.)
 

การใช้งานเครื่องปรับอากาศ

การใช้งานเครื่องปรับอากาศ 

     การใช้งานเครื่องปรับอากาศอย่างถูกต้อง ช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงาน อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานไฟฟ้าสามารถทำได้ดังนี้  

     1. ปรับตั้งอุณหภูมิของห้องให้เหมาะสม ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น และ ห้องอาหาร อาจตั้งอุณหภูมิไม่ให้ต่ำกว่า25 องศาเซลเซียสสำหรับห้องนอนนั้นอาจตั้งอุณหภูมิสุงกว่านี้ได้เพราะร่างกายมนุษย์ขณะหลับจะไม่มีการเคลื่อนไหวและมีการคายเหงื่อน้อยลง หากปรับอุณหภูมิเป็น 26องศาเซลเซียสก็ไม่ทำให้รู้สึกร้อนจนเกินไปแต่จะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณร้อยละ 15-20  
     2. ปิดเครื่องปรับอากาศทุกครั้งที่เลิกใช้งาน หรือตั้งเวลาปิดการทำงานของตัวเครื่องไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เครื่องหยุดเองโดยอัตโนมัติ

     3. อย่านำสิ่งของไปวางกีดขวางทางลมเข้าและลมออกของคอนเด็นซิ่งยูนิต ซึ่งตั้งอยู่นอกห้องเพราะจะทำให้เครื่องระบายความร้อนไม่ออกกและต้องทำงานหนักมากขึ้น และควรตั้งห่างจากผนังอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อระบายความร้อนได้ดี จะประหยัดไฟฟ้าได้ประมาณร้อยละ 15-20 

     4. อย่านำรูปภาพหรือสิ่งของไปขวางทางลมเข้า และออกของแฟนคอยล์ยูนิตซึ่งตั้งอยู่ในห้องเพราะจะทำให้ห้องไม่เย็น 

     5. ควรเปิดหลอดไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ภายในห้องเฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อการ ใช้งานเท่านั้นและปิดไฟทุกครั้งเมื่อใช้งานเสร็จเพราะหลอดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าบางชนิดขณะเปิดใช้งาน จะมี ความร้อนออกมาทำให้อุณหภูมิในห้องสูงขึ้น 

     6. หลีกเลี่ยงการนำเครื่องครัว หรือภาชนะที่มีผิวหน้าร้อนจัดเช่นเตาไฟฟ้า กะทะร้อน หม้อต้มน้ำ หม้อต้มสุกี้ เข้าไปในห้องอาหารที่มีการปรับอากาศ ควรปรุงอาหารในครัว แล้วจึงนำเข้ามารับประทานภายในห้อง

     7. ในช่วงเวลาที่ไม่ใช้ห้อง หรือ ก่อนเปิดเครื่องปรับอากาศประมาณ  15 นาที ควรเปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้เพื่อให้อากาศบริสุทธิ์ภายนอกเข้าไปแทนที่อากาศเก่าภายในห้อง จะช่วยลดกลิ่นต่างๆ ให้น้อยลงโดยไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลมระบายอากาศซึ่งจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น 

     8. ควรเปิดประตู หน้าต่าง ให้สนิทขณะใช้งานครื่องปรับอากาศเพื่อป้องกันไม่ให้อากาศร้อนชื้นากภายนอกข้ามา จะทำให้ เครื่องต้องทำงานมากขึ้น
     9. ไม่ควรปลูกต้นไม้ หรือตากผ้าภายในห้องที่มีการปรับอากาศเพราะความชื้นจากสิ่งเหล่านี้จะทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้น

 

เกี่ยวกับเครื่องปรับอากาศ

เครื่องปรับอากาศคืออะไร

เดิมเครื่องปรับอากาศทำหน้าที่เป็นเครื่องที่ทำให้อุณหภูมิลดลง แต่ปัจจุบันนี้เครื่องปรับอากาศได้ถูกพัฒนาให้มีความสามารถในด้านอื่นๆ อีกหลายด้านเช่นปรับอุณหภูมิตามความต้องการ หรือมีการกรองอากาศ การป้องกันเชื้อราในห้อง มีระบบประหยัดไฟฟ้า มีระบบอื่นๆ ที่สนองความต้องการของผู้บริโภคอีกมากมาย ซึ่งทำให้เครื่องปรับอากาศในสมัยนี้มีคุณสมบัติต่างจากเครื่องปรับอากาศสมัยก่อนมากชนิดเปรียบเทียบกันไม่ได้เลยทีเดียว  

ชนิดของเครื่องปรับอากาศ

ส่วนประกอบหลักของเครื่องปรับอากาศแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ ตัวให้ความเย็นที่อยู่ภายในบ้าน (indoor) และ ตัวคอมเพรสเซอร์ที่อยู่นอกบ้าน (outdoor) ซึ่งทั้ง 2 ส่วนจะมีท่อเป็นตัวเชื่อมในการทำงาน โดยปกติแล้ว ทั้งตัวให้ความเย็นที่อยู่ภายในบ้าน (indoor) และ คอมเพรสเซอร์ที่อยู่นอกบ้าน (outdoor) เป็นส่วนประกอบของเครื่องปรับอากาศแบบ Window Type และส่วนที่แยกออกมาเราเรียกว่า Single Split Type แต่ในส่วนของ Single Split Type ซึ่งมีหลายแบบด้วยกันจะขึ้นอยู่กับตัวให้ความเย็นที่อยู่ในบ้าน (indoor) Window-type
เครื่องปรับอากาศแบบนี้เป็นชนิดที่ติดตั้งกับฝาผนัง หรือรอบวงกบของหน้าต่าง 
Wall-mounted Single Split Type
เครื่องปรับอากาศชนิดนี้ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ตัวให้ความเย็นที่อยู่ภายในบ้าน (indoor)หรือระบบการระเหย ซึ่งจะติดอยู่กับฝาผนัง และ ตัวคอมเพรสเซอร์ที่อยู่นอกบ้าน (condenser) 
Wall-mounted Multi Split Type
เครื่องปรับอากาศแบบ Multi Split เหมาะสำหรับห้องที่ต้องการความเย็นมากกว่า 1 ห้องขึ้นไป โดยใช้ตัวคอมเพรสเซอร์ที่อยู่นอกบ้านเพียง 1 เครื่อง เชื่อมกับ ตัวให้ความเย็นที่อยู่ในบ้าน 2-3 เครื่อง เครื่องปรับอากาศชนิดนี้จะใช้เนื้อที่น้อยในการติดตั้ง 
Floor Standing type
เครื่องปรับอากาศชนิดนี้ สามารถติดตั้งได้กับทุกสถานที่ ที่มีเพดานสูง และเนื่องจากการต่อท่อเชื่อมการทำงาน ที่ติดตั้งอยู่ในระดับต่ำ ทำให้เครื่องปรับอากาศชนิดนี้ เหมาะสำหรับการใช้งานใน ภัตตาคาร หรือสำนักงาน

ระบบทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ

ถ้าเราลองนำแอลกอฮอล์ มาเช็ดที่แขน เมื่อแอลกอฮอล์ระเหย จะรู้สึกเย็น เพราะเมื่อแอลกอฮอล์ระเหยจะดูดซับความร้อนออกไปด้วย ทำให้อุณหภูมิบริเวณนั้นลดลง เครื่องปรับอากาศก็ทำงานด้วยวิธีเดียวกันนั่นเอง คือการทำให้ดูดซับความร้อนในห้องออกไป พร้อมกับการเปลี่ยนสถานะของสสาร ด้วยหลักการเดียวกับการระเหยของแอลกอฮอล์

ส่วนประกอบหลักของการทำความเย็น

เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ในระบบการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ และเข้าใจส่วนประกอบทั้ง 4 ส่วน คือ Compressor 
มีบทบาทสำคัญในการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ โดยความเย็นจะถูกดูดจากการหมุนเวียนของระบบทำความเย็น 
Condenser
เป็นตัวที่แยกออกมา และทำหน้าที่นำความร้อนออกจากระบบทำความเย็น 
Evaporator
(ระบบการระเหย) เป็นตัวดูดซับความร้อนในระบบการทำความเย็น 
Tube
เป็นตัวลดความดันของตัวทำความเย็น

BTU คืออะไร?

บีทียู ( Btu : British Thermal Unit ) คือ หน่วยที่ใช้วัดปริมาณความร้อนหน่วยหนึ่ง ( ซึ่งเป็นที่นิยมใช้มากในระบบปรับอากาศ ) สามารถเทียบได้กับหน่วยแคลอรีหรือหน่วยจูลในระบบสากล โดยที่ ความร้อน 1 Btu คือปริมาณความร้อนที่ทำให้น้ำ 1 ปอนด์มีอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง 1 องศาฟาเรนไฮด์ สำหรับเครื่องปรับอากาศนั้นจะวัดกำลังความเย็นหรือความสามารถในการดึงความร้อน ( ถ่ายเทความร้อน ) ออกจากห้องปรับอากาศในหน่วยบีทียูต่อชั่วโมง ( Btu/h ) ซึ่งเทียบเท่ากับหน่วยวัตต์ในระบบสากล เช่น เครื่องปรับอากาศขนาด  12,000    บีทียูต่อชั่วโมง หมายความว่าเครื่องปรับอากาศเครื่องนั้นมีความสามารถในการดึงความร้อนออกจากห้องปรับอากาศ 12,000 บีทียูภายในเวลา 1 ชั่วโมงแต่โดยทั่วไปในท้องตลาดมักใช้คำว่าบีทียูต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นการใช้ที่ผิดหลักวิชาการแต่ว่าเป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไป

ERR คืออะไร?

EER ( Energy Efficiency Ratio ) หรืออัตราส่วนประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศ
คือค่าที่ใช้วัด      ประสิทธิภาพในการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศว่าดีหรือไม่อย่างไร มีหน่วยเป็น BTU/W ดูจากหน่วยของค่า EER นี้แล้วก็คงเข้าใจได้โดยง่ายว่าค่า EER นั้นก็คืออัตราส่วนของความเย็นที่เครื่องปรับอากาศสามารถทำได้จริง ( Output ) กับกำลังไฟฟ้าที่เครื่องปรับอากาศนั้นต้องใช้ในการทำความเย็นนั้น ( Input ) เครื่องปรับอากาศที่มีค่า EER ยิ่งสูงก็แสดงว่าเครื่องปรับอากาศเครื่องนั้นยิ่งมีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานที่ดี นั่นก็คือเป็นเครื่องปรับอากาศที่ช่วยคุณประหยัดพลังงานไฟฟ้าหรือค่าไฟได้มากนั่นเอง
หมายเหตุ -มาตรฐานมอก.2134-2545 คือ EER 9.6 
             -เบอร์ 5 ปีที่แล้วเบอร์ 5 EER 10.6 
             -เบอร์ 5 ปี 2006 EER 11.0 
             -เบอร์ 5 Premium ปี 2006 EER 11.5 
             -HAH Hybrid Saijo Denki 15.51

 

จะซื้อแอร์ต้องพิจารณาอะไรบ้าง

จะซื้อแอร์ติดบ้านต้องพิจารณาอะไรบ้างคะ ?

ข้อแนะนำต่อไปนี้อาจเป็นประโยชน์สำหรับท่านที่กำลังตัดสินใจซื้อเครื่องปรับอากาศได้ดีขึ้น 1. ควรเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้ เพราะแอร์โนเนมส่วนใหญ่จะมีกำลังความเย็น ( BTU ) น้อยกว่า 2. ควรเลือกใช้3. เลือกใช้เครื่องปรับอากาศของผู้ผลิตที่และผู้แทนจำหน่าย มีบริการหลังการขายที่ดี ข้อนี้เป็นข้อที่มีความสำคัญมากเช่นกันผู้ให้บริการนั้นต้องมีความชำนาญ ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้ เพราะนั่นหมายถึงผู้ที่จะดูแลเครื่องปรับอากาศของคุณ จะได้ไม่ต้องมาหงุดหงิดกับปัญหาจุกจิกกวนใจภายหลัง ที่แสดงไว้บนฉลากหรือที่ภาษาช่างแอร์เรียกว่า ไม่เต็มบีทียู เครื่องปรับอากาศจากผู้ผลิตโนเนมส่วนใหญ่มีกำลังความเย็นเพียง 70 – 80 % ของที่โฆษณาไว้ นอกจากจะ –แอร์โนเนมยังมีเสียงดังแล้วยังเสียเร็วด้วย เครื่องปรับอากาศที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 หรือเบอร์ 4 และได้มาตรฐานอุตสาหกรรม ( มอก. ) เพราะได้รับการทดสอบความสามารถในการทำความเย็นแล้ว ซึ่งทำให้ท่านแน่ใจได้ว่าจะได้เครื่องปรับอากาศที่ประหยัดไฟฟ้าและมีประสิทธิภาพเต็มบีทียู นอกจากนี้ควรพิจารณาประกอบกับผู้ผลิตที่มีความน่าเชื่อถือด้วยเนื่องจากว่าอาจมีผู้ผลิตบางราย ปลอมฉลากเบอร์ 5 ด้วย มีกำลังความเย็นไม่เต็มบีทียูแล้ว

ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 คืออะไรคะ ?

เนื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ. ) ได้ส่งเสริมให้ประชาชนร่วมใจกันประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าและใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อจุดมุ่งหมายในการลดการใช้พลังงานโดยรวมของประเทศจึงได้จัดทำโครงการ “ ประชาร่วมใจ ประหยัดไฟฟ้า “ โดยให้ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าผลิตหรือนำเข้าอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง สำหรับเครื่องปรับอากาศซึ่งเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีการเติบโตสูงและใช้พลังงานไฟฟ้าสูงสุดทั้งในบ้านพักอาศัยและในภาคธุรกิจ กฟผ. ได้ขอความร่วมมือกับผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศให้เข้าร่วมโครงการเพื่อกำหนดระดับประสิทธิภาพและพัฒนาเครื่องปรับอากาศ เพื่อติดฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพเบอร์ เพื่อติดฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพตามมาตรฐานสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ( สมอ. ) โดยสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ( สฟอ. ) เป็นหน่วยงานทดสอบค่าประสิทธิภาพ โดยเกณฑ์ที่ใช้กำหนดระดับประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศเป็นดังนี้ สนับสนุนข้อมูลโดย เครื่องปรับอากาศ " เทรน "ประหยัดไฟเบอร์5 หมายถึง ท่านจ่ายค่ากำลังไฟฟ้า 1หน่วย จะได้ความเย็น ไม่น้อยกว่า 10,600 บีทียู(ซึ่งแอร์ปกติโดยทั่วไปท่านจ่ายค่าไฟฟ้า 1 หน่วย จะได้ความเย็น ประมาณ 7,000-8,000 บีทียูเท่านั้น) สอบถามข้อมูล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ 02-4368290-96(แสดงว่าถ้าใช้แอร์เบอร์ 5 ประหยัดไฟฟ้า ประมาณ 35%) ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 เป็นลักษณะป้ายสีเหลือง และระบุรายละเอียดต่างๆของแอร์ตัวนั้น หากมีข้อสงสัยว่า เครื่องปรับอากาศ ของท่าน ประหยัดไฟฟ้าได้จริงหรือไม่ ถ้าพบยี่ห้อใดผลิตหรือจำหน่ายไม่ตรงกับฉลากที่ระบุไว้ TEL0-24368290-96

ข้อแนะนำลูกค้า

ลูกค้าควรเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ กับบริษัทที่ผลิตเครื่องปรับอากาศเป็นเมนหลัก เช่น MITSUBISHI ELECTRIC , MITSUBISHI HEAVY    DUTY , SAIJO DENKI และ DAIKIN เป็นต้น
        โดยซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายที่บริษัทแต่งตั้งเท่านั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะช่างแอร์เป็นบุคคลที่สามที่เข้าห้องนอนของลูกค้าได้  โดยที่ลูกค้า
    เป็นผู้ยินยอม ดังนั้นการซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายที่บริษัทแต่งตั้ง ลูกค้าจะได้รับผลประโยชน์ดังต่อไปนี้
        1. สบายใจ และไว้วางใจได้มากกว่า
        2. ทีมงานเป็นมืออาชีพ
        3. อุปกรณ์การติดตั้งได้มาตรฐานตามที่บริษัทฯกำหนด
        4. สินค้าใหม่ และมีใบรับประกันคุณภาพแน่นอน
        5. มีบริการหลังการขายตามที่แจ้งไว้
        6. เครื่องปรับอากาศ เสีย - ล้าง - ย้าย - ติดตั้ง เรียกใช้บริการได้
        7. มีระบบเงินผ่อนไว้เพื่อบริการลูกค้า
        8. ยินดีรับบัตรทุกชนิด
        9. ราคาถูกกว่าห้างฯทุกยี่ห้อ (ขอรับประกัน)

 

 

http://www.airban-airdee.com 

โทร.084-525-4416,088-869-7256,083-541-1661,02-927-6034,แฟกซ์.02-925-8024

 

 


 

 


    แอร์ Mitsubishi Electric Mr.slim
    แอร์ Daikin
    แอร์ Panasonic
    แอร์ LG
    แอร์ Mitsubishi Heavy Duty
    แอร์ Samsung
    แอร์ Sharp
    แอร์ Haier
    แอร์ Saijo Denki
    แอร์ Trane
    แอร์ CARREIR
    แอร์ Central air
    อัตราค่าบริการติดตั้งแอร์
    อัตราค่าบริการย้ายแอร์
    อัตราค่าบริการล้างแอร์
    อัตราค่าบริการกรณีส่วนเกิน
    เว็บลิงค์
      http://www.mitsubishi-kyw.co.th
      http://www.mahajak.com/
      http://www.daikin.co.th/
      http://www.panasonic.co.th/
      http://www.lg.com/th/
      http://www.samsung.com/th/
      http://www.sharpthai.co.th/
      http://www.haier.com
      http://www.carrier.co.th/
      http://www.tranethailand.com/
      http://www.centralair.co.th/
      http://www.saijo-denki.co.th/
      http://www.yorkthai.com/
      http://www.fujitsu-general.com/
Facebook
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 8
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 1,146
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 2,569,975
 เปิดเว็บ 23/06/2554
 ปรับปรุงเว็บ 28/03/2563
 สินค้าทั้งหมด 159
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
1 เมษายน 2563
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
   
10  11 
12  13  14  15  16  17  18 
19  20  21  22  23  24  25 
26  27  28  29  30     
             
http://www.airban-airdee.com
email:airban-airdee@hotmail.com
ที่ตั้ง เลขที่ 99/274 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 11110
โทร.084-525-4416,088-869-7256,083-541-1661,โทร:02-194-4341-2,แฟกซ์ : 02-194-4342
ทะเบียนพานิชย์เลขที่ 3341100331877
Engine by MAKEWEBEASY